
ต่อ พ.ร.บ. พร้อมประกันรถยนต์ ในราคาคุ้มค่า 📞 ติดต่อ คุณต่าย อินทิพร
เยี่ยมชมเว็บไซต์ : https://srikrungdee.com/
สมัครนายหน้าศรีกรุง : https://ag.724.co.th/srikrung/AM00547756
ซื้อประกันออนไลน์ : https://insure.724.co.th/u/AM00547756
สมัครสมาชิกซื้อประกันออนไลน์ (มีส่วนลด) : https://member.724.co.th/register_member/u/AM00547756
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีหลักประกันเพื่อรองรับความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญ “ประกันวินาศภัย” คือหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณจากเหตุไม่คาดฝัน บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักประกันวินาศภัยในทุกมิติ ทั้งความหมาย ประเภท ความคุ้มครอง และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้คุณเลือกประกันที่ตรงกับความต้องการ และวางแผนชีวิตได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นค่ะ
ประกันวินาศภัย คืออะไร
ประกันวินาศภัย คือการประกันที่คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เน้นการชดเชยเป็นตัวเงิน หากเกิดความสูญเสียตามที่ระบุในกรมธรรม์ แตกต่างจากประกันชีวิตซึ่งมุ่งเน้นการคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงทางทรัพย์สินในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนค่ะ
ประกันวินาศภัยมีกี่ประเภท
ประกันวินาศภัย แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ตามลักษณะของความคุ้มครองที่แตกต่างกัน เหมาะกับการบริหารความเสี่ยงในรูปแบบที่สอดคล้องกับชีวิตและทรัพย์สินของแต่ละคน หากคุณกำลังสงสัยว่าแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้มีคำตอบให้มาทำความเข้าใจประกันแต่ละแบบ เพื่อเลือกสิ่งที่ใช่และเหมาะกับคุณที่สุดครับ
1. ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance)
ประกันอัคคีภัย เป็นประกันวินาศภัยที่ให้ความคุ้มครองทรัพย์สินจากความเสียหายที่เกิดจากไฟไหม้เป็นหลัก มีทั้งประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ประกันอัคคีภัยสำหรับสถานประกอบธุรกิจ และประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน โดยในปัจจุบันได้มีการขยายความคุ้มครองไปถึงภัยอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สินด้วย เช่น ภัยจากลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า หรือแม้แต่ภัยจากการโจรกรรม ทำให้ประกันอัคคีภัยกลายเป็นหนึ่งในประกันวินาศภัยที่มีความคุ้มครองครอบคลุมและจำเป็นสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูงครับ
ตัวอย่างความคุ้มครองประกันอัคคีภัย
✅ ความเสียหายจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า และการระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่าง หรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย
✅ ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น ลมพายุ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลูกเห็บ
✅ ความเสียหายจากการโจรกรรมที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ (เมื่อซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม)
✅ ความเสียหายจากการปะทะหรือการชนของยานพาหนะหรือสัตว์พาหนะ
✅ ความเสียหายจากควัน (จากเหตุไฟไหม้)
✅ ความเสียหายต่อเครื่องไฟฟ้าอันเกิดจากการเดินเครื่องเกินกำลังหรือไฟฟ้าลัดวงจร
ใครบ้างที่ควรทำประกันอัคคีภัย
✅ เจ้าของบ้าน คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์
✅ ผู้ประกอบการธุรกิจประเภทต่างๆ
✅ ผู้ที่มีสินค้าคงคลังหรือทรัพย์สินมูลค่าสูงที่เก็บรักษาในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
✅ ผู้ที่กำลังผ่อนชำระสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บางธนาคารกำหนดให้ต้องทำประกันอัคคีภัย)
✅ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม
2. ประกันภัยรถยนต์ (Car Insurance)
ประกันภัยรถยนต์เป็นประกันวินาศภัยที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้รถยนต์ โดยสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องทำ และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่เจ้าของรถสามารถเลือกทำเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ โดยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจยังแบ่งย่อยออกเป็นหลายประเภท เช่น ประกันชั้น1 , ประกันชั้น2+ , ประกันชั้น3+ และ ประกันชั้น3
ตัวอย่างความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์
✅ ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอกและผู้โดยสารในรถ
✅ ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
✅ ความเสียหายต่อตัวรถที่เอาประกันจากอุบัติเหตุ (สำหรับประกันภาคสมัครใจบางประเภท)
✅ การสูญหายหรือไฟไหม้ของตัวรถ (สำหรับประกันภาคสมัครใจบางประเภท)
✅ ค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถที่เอาประกัน
✅ ค่าประกันตัวผู้ขับขี่ในกรณีที่เกิดคดีความ
ใครบ้างที่ควรทำประกันภัยรถยนต์
✅ เจ้าของรถทุกคนต้องทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ตามกฎหมาย
✅ ผู้ที่ขับรถเป็นประจำ หรือต้องเดินทางไกลบ่อยครั้งควรทำประกันภาคสมัครใจเพิ่มเติม
✅ ผู้ที่มีรถใหม่หรือรถราคาแพงควรทำประกันชั้น 1 เพื่อคุ้มครองความเสียหายของตัวรถ
✅ ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติหรือเสี่ยงต่อการโจรกรรม
✅ ผู้ที่กำลังผ่อนชำระสินเชื่อรถยนต์ (เป็นเงื่อนไขที่สถาบันการเงินกำหนด)
3. ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Insurance and Logistics Committee)
ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายของสินค้าและยานพาหนะระหว่างการขนส่ง ไม่ว่าจะทางเรือ ทางอากาศ หรือทางบก เหมาะสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการในทุกเส้นทางขนส่งครับ
ตัวอย่างความคุ้มครองประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
✅ ความเสียหายของสินค้าระหว่างการขนส่งจากอุบัติเหตุ เช่น เรือชน เรือล่ม อากาศยานตก รถคว่ำ
✅ ความเสียหายของสินค้าจากภัยธรรมชาติระหว่างการขนส่ง เช่น พายุ ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด
✅ ความเสียหายของตัวเรือ อากาศยาน หรือยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง
✅ ความสูญเสียจากการที่สินค้าถูกโยนทิ้งลงทะเลเพื่อความปลอดภัยของเรือ (Jettison)
✅ ความเสียหายจากการโจรกรรม ปล้นสะดม หรือการสูญหายบางส่วนของสินค้า
✅ ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสินค้า (Sue and Labor Charges)
ใครบ้างที่ควรทำประกันภัยทางทะเลและขนส่ง
✅ ผู้นำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศ
✅ บริษัทขนส่งหรือบริษัทโลจิสติกส์
✅ เจ้าของเรือหรือยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง
✅ ธุรกิจที่ต้องขนส่งสินค้ามูลค่าสูงภายในประเทศ
✅ ห้างร้านหรือบริษัทที่ต้องส่งสินค้าไปให้ลูกค้าเป็นประจำ
4. ประกันภัยเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Insurance)
ประกันภัยเบ็ดเตล็ด เป็นประกันวินาศภัยที่ครอบคลุมความเสี่ยงอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในขอบเขตของประกันทั้งสามประเภทข้างต้น มีความหลากหลายและสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะได้ ทำให้ประกันเบ็ดเตล็ดเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบันที่ความเสี่ยงมีความซับซ้อน และหลากหลายมากขึ้นครับ
ตัวอย่างความคุ้มครองประกันภัยเบ็ดเตล็ด
✅ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
✅ ประกันสุขภาพ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ
✅ ประกันการเดินทาง คุ้มครองอุบัติเหตุและความสูญเสียระหว่างการเดินทาง
✅ ประกันความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลอื่นที่เกิดจากการกระทำของผู้เอาประกัน
✅ ประกันภัยโจรกรรม คุ้มครองทรัพย์สินที่สูญหายจากการโจรกรรม
✅ ประกันภัยสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือเครื่องจักรที่ใช้ในการประกอบกิจการ
ใครบ้างที่ควรทำประกันภัยเบ็ดเตล็ด
✅ บุคคลทั่วไปที่ต้องการความคุ้มครองจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วย
✅ ผู้ที่เดินทางบ่อยทั้งในและต่างประเทศ
✅ เจ้าของธุรกิจที่ต้องการคุ้มครองความรับผิดต่อลูกค้าหรือบุคคลภายนอก
✅ ผู้ที่มีทรัพย์สินมูลค่าสูงที่ต้องการคุ้มครองจากการโจรกรรม
✅ ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเครื่องจักรหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในการดำเนินงาน
ขอขอบคุณที่มา: สมาคมประกันวินาศภัยไทย
💸 ศรีกรุง มีช่องทางชำระค่าเบี้ยประกันรถยนต์ และประกันภัยต่างๆ อะไรบ้าง?
ศรีกรุง มีช่องทางชำระเบี้ยประกันหลากหลายให้คุณเลือก ทั้งผ่อนเงินสด ผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต, พร้อมเพย์, หรือโอนผ่าน Internet banking* และคุณยังสามารถต่อประกันรถยนต์ ของคุณทางออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา
🛠️ แจ้งเคลมประกันรถยนต์ กับ บริษัทในเครือของศรีกรุง ยังไง? (คลิกเลย)
ทำให้การเคลมเป็นเรื่องง่าย และสะดวก โดยโทรหาสายด่วนเจ้าหน้าที่เคลม (คลิกเลย) กับบริษัทประกันภัยที่คุณเลือกทำประกันภัยรถยนต์ไว้
ต่อ พ.ร.บ. พร้อมประกันรถยนต์ ในราคาคุ้มค่า 📞 ติดต่อ คุณต่าย อินทิพร
เยี่ยมชมเว็บไซต์ : https://srikrungdee.com/
สมัครนายหน้าศรีกรุง : https://ag.724.co.th/srikrung/AM00547756
ซื้อประกันออนไลน์ : https://insure.724.co.th/u/AM00547756
สมัครสมาชิกซื้อประกันออนไลน์ (มีส่วนลด) : https://member.724.co.th/register_member/u/AM00547756







