รู้จักการแบ่งกลุ่มรถยนต์ในการพิจารณาเบี้ยประกันภัย ก่อนซื้อประกัน ? – Srikrungdee.com

รู้จักการแบ่งกลุ่มรถยนต์ในการพิจารณาเบี้ยประกันภัย ก่อนซื้อประกัน ?



ทำไมค่าเบี้ยประกันรถยนต์แต่ละคันถึงไม่เท่ากัน?

การทำประกันภัยรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของรถได้รับความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไม ค่าเบี้ยประกันของรถแต่ละคันจึงแตกต่างกัน?

หนึ่งในปัจจัยหลักที่บริษัทประกันใช้พิจารณาคือ “กลุ่มรถยนต์” ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มตามลักษณะของรถและระดับความเสี่ยงในการขับขี่ โดยการแบ่งกลุ่มนี้มีผลโดยตรงต่อการคำนวณค่าเบี้ยประกันภัย

5 กลุ่มหลักที่ใช้พิจารณาเบี้ยประกันภัย

การแบ่งกลุ่มรถยนต์เพื่อประเมินเบี้ยประกันสามารถจำแนกออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ซึ่งมีเกณฑ์พิจารณาตามประเภทของรถยนต์ สมรรถนะ และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

การเข้าใจปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของรถสามารถเลือกประกันภัยที่เหมาะสมกับรถของตนเองได้มากขึ้น ทั้งในด้านของค่าใช้จ่ายและความคุ้มครองที่ได้รับ

กลุ่ม 1 : รถยุโรป-อเมริกา นำเข้าประกอบนอก
รถกลุ่มนี้เป็น รถนำเข้า 100% ประกอบจากโรงงานต่างประเทศ (ยุโรป/อเมริกา) มีราคาสูง ค่าซ่อมแพง อะไหล่หายาก แม้รถยุโรปกลุ่มนี้จะมีราคาสูง แต่ก็เป็นที่นิยมใน กลุ่มผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่มีความหรูหรา สมรรถนะสูง และความน่าเชื่อถือ
ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยประมาณ (ขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน)
ซีดานหรูขนาดใหญ่ (BMW, Mercedes-Benz, Audi A8) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 60,XXX ขึ้นไปต่อปี
SUV / สปอร์ตคาร์ (Porsche, Lamborghini) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 70,XXX ขึ้นไปต่อปี

Audi A8

Lamborghini

กลุ่ม 2 : รถนำเข้า ประกอบในประเทศไทย
เป็นรถยุโรปและอเมริกาที่นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบในไทย (CKD – Completely Knocked Down) ทำให้ราคาถูกกว่ารถที่นำเข้าทั้งคัน (CBU – Completely Built-Up) รถกลุ่มนี้ยังคงใช้เทคโนโลยีและมาตรฐานการผลิตจากยุโรป แต่เนื่องจากประกอบในไทย ทำให้ราคาย่อมเยาลงกว่ารถที่นำเข้าทั้งคัน รถยุโรปที่ประกอบในไทยจึงได้รับความนิยมมาก เพราะมีคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 โดยประมาณ (ขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน)
ซีดานขนาดกลาง (BMW 3 Series, Mercedes-Benz C class, Audi A4) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 25,XXX ขึ้นไปต่อปี
SUV / PPV (Volvo XC60) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 30,XXX ขึ้นไปต่อปี

BMW 3 Series

Volvo XC60

กลุ่ม 3 : รถเอเชียขนาดใหญ่ (1,800 CC ขึ้นไป)
เป็นรถยนต์แบรนด์เอเชียขนาดใหญ่ที่เกิน 1,800 CC ขึ้นไปมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ รถเก๋งซีดานขนาดกลาง-ใหญ่, SUV, รถกระบะ 4 ประตู  และ MPV ซึ่งเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการกำลังเครื่องยนต์สูง เช่น การเดินทางไกล หรือขับขี่ในสภาพถนนที่หลากหลาย
ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 โดยประมาณ (ขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน)
รถซีดานใหญ่ (Toyota Camry, Honda Accord) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 18,XXX ขึ้นไปต่อปี
SUV / PPV (Toyota Fortuner, Isuzu MU-X, Honda CRV) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 20,XXX ขึ้นไปต่อปี
กระบะ (กระบะ4ประตู) (Toyota Revo Rocco, Ford Ranger Wildtrak) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 20,XXX ขึ้นไปต่อปี

Toyota Camry

Honda CRV

Toyota Revo Rocco

กลุ่ม 4 : รถเอเชียขนาดกลาง (1,600 – 1,800 CC)
เป็นรถแบรนด์เอเชียที่มีขนาดตั้งแต่ 1600 – 1800 cc รถในกลุ่มนี้เป็นที่นิยมสูงสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่มีความสมดุลระหว่างขนาด, สมรรถนะ, และความประหยัดน้ำมัน เหมาะสำหรับ การใช้งานในเมือง, การเดินทางไกล, และการใช้งานครอบครัวขนาดเล็ก-กลาง
ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 โดยประมาณ (ขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน)
ซีดานขนาดกลาง (Honda Civic, Toyota Corolla Altis, Mazda 3) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 15,XXX ขึ้นไปต่อปี
SUV ขนาดกลาง (Toyota Corolla Cross, Honda HR-V, MG HS) : ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 18,XXX ขึ้นไปต่อปี

Toyota Corolla Altis

Honda HR-V

กลุ่ม 5 : รถเอเชียขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 1,500 CC)
เป็นรถยนต์แบรนด์เอเชียขนาดเล็กมีขนาดไม่เกิน 1500 cc มักเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง โดยมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยเนื่องจากเป็นรถยอดนิยม มีการใช้งานมาก โอกาสเกิดอุบัติเหตุสูง ใช้ในเมืองจึงเสี่ยงต่อการเฉี่ยวชน และกลุ่มผู้ใช้หลักเป็นวัยรุ่นหรือมือใหม่หัดขับ ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ในแง่ของการพิจารณาเบี้ยประกัน บริษัทประกันพบว่ารถกลุ่มนี้มีสถิติการเคลมสูงกว่ารถซีดานขนาดกลาง และด้วยตัวถังที่เล็ก น้ำหนักเบา โครงสร้างบางกว่ารถขนาดใหญ่ ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ มักได้รับความเสียหายหนักกว่ารถที่มีโครงสร้างแข็งแรง
ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 โดยประมาณ (ขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน)
รถเก๋งเล็ก (Toyota Yaris, Honda City, Suzuki Swift) ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ประมาณ 12,XXX ขึ้นไปต่อปี

Toyota Yaris

Suzuki Swift


สรุปกลุ่มรถยนต์ในการพิจารณาประกันภัย (กลุ่ม 1 – 5)


ทำไมต้องมีประกันภัยรถยนต์ ?
คุ้มครองค่าซ่อมรถ – หากเกิดอุบัติเหตุ ไม่ต้องจ่ายค่าซ่อมรถเองทั้งหมดกรณีเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1, 2+, 3+
คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก – กรณีเกิดอุบัติเหตุและหากเราเป็นฝ่ายผิด ประกันจะจ่ายค่าเสียหายแทนให้ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย
คุ้มครองรถหาย-ไฟไหม้ – ลดความเสี่ยงหากรถสูญหายหรือเสียหายหนักประกันจะชดเชยตามความคุ้มครองในกรมธรรม์
สรุป: การทำประกันภัยรถยนต์ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น และให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด

ทั้งนี้ กรมธรรม์แต่ละประเภทมีความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่แตกต่างกัน ดังนั้น ทุกท่านควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่ถูกต้องและเหมาะสม


บทความโดย นางสาว กนกลดา ยอดผะกา 
ผู้จัดการ บริษัท ศรีกรุงโบรคเกอร์ จำกัด

ประกันรถยนต์

พ.ร.บ. รถยนต์

ประกันรถมอเตอร์ไซต์

ประกันอะไหล่รถยนต์

ประกันอุบัติเหตุ/สุขภาพ

ประกันเดินทาง

ประกันชีวิต

ประกันสุขภาพเด็ก

ประกันกลุ่ม

ประกันไฟไหม้/น้ำท่วม

    • โทรเลย 098-978-5177
    • Line ID : @srikrungmgm
    • ติดต่อผ่านทาง facebook